2007/Jan/31

ฉันมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่ง เรียกว่าพี่ปลาก็แล้วกันที่ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ก็คบกับเพื่อนผู้ชายอยู่คนหนึ่ง เรียกว่าพี่สิบนะ ใครๆ ในกลุ่มก็เข้าใจว่า ทั้ง 2 เป็นแฟนกัน เวลาไปไหนหากกลับบ้านดึก พี่สิบก็จะขับรถตามหลังส่งจนถึงบ้านพี่ปลาเสมอๆ

เวลาคุณพ่อพี่ปลามากรุงเทพฯ ก็พี่สิบอีกนั่นแหละ ที่แวะเวียนไปนั่งคุย ดื่มเหล้า กับคุณพ่อพี่ปลา

น้องพี่ปลาแต่งงาน ก็พี่สิบนั่นแหละคอยช่วยเหลืองานทุกอย่าง

ดูแลซึ่งกันทุกเรื่อง รู้จักกันมา 5 ปีเต็ม แเทคแคร์กัน 4 ปีเต็ม จนเรียนจบ ทั้งตัวพี่ปลา เพื่อนๆ และครอบครัวพี่ปลาเองก็เข้าใจตลอดว่าพี่สิบนั้นเป็นคนรักของพี่ปลา คบกันนานวันจนกระทั้งต่างคนต่างมีงานทำ ต่อมาอีกหลายปี รวมรู้จักกันก็ 10 ปี พอดี วันหนึ่งคุณพ่อขึ้นมากรุงเทพฯ พี่สิบก็มาหาตามเคยวันนั้นคุณพ่อพี่ปลาก็ถามพี่สิบว่า "เมื่อไหร่จะแต่งงานกันเสียที"

ท่านก็คงหมายถึงว่า เมื่อไหร่จะแต่งกับลูกสาวท่านน่ะแหละ

"ผมยังตั้งตัวไม่ได้เลยครับ ไม่มีบ้าน รถ ของตนเองเลย ทุกวันนี้ก็ใช้ของคุณพ่อคุณแม่อยู่"

คุณพ่อพี่ปลาก็ไม่ว่าอะไร พอค่ำก็บอกกับลูกสาวตนว่า

"ปลา จะซื้อบ้านใหม่ก็ไปเลือกเอา พ่อซื้อให้จะได้แต่งการแต่งงานเสียที จะซื้อรถอีกคันด้วยก็ได้นะ ทีนี้ก็มีครบแล้ว ก็คงแต่งงานได้แล้ว"

พี่ปลาได้ยินก็ดีใจ ที่พ่อตนไม่ได้รังเกียจแฟนที่ไม่ได้รวยมากมายอะไร

รุ่งขึ้นก็โทรไปบอกพี่สิบว่า "คุณพ่อบอกว่าให้ไปซื้อบ้านแนะ ท่านว่าจะได้แต่งงานเสียที"

"ก็ดีนี่ปลา"พี่สิบพูด "ว่าแต่ปลาจะแต่งกับใครล่ะ สิบไม่เห็นรู้เรื่องเลย"

"อ้าว ก็กับสิบยังไง ถามได้" พี่ปลาตอบ

"ปลา เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า" พี่สิบถามกลับ

"หมายความว่ายังไงสิบ เราคบกันมาตั้งนานแล้วนะ"

"ใช่เราเป็นเพื่อนกันมาตั้งนานแล้ว แต่สิบไม่ได้คิดอะไรกับปลานอกจากเพื่อน" พี่สิบตอบพี่ปลาแบบนั้น

วันนั้นพี่ปลาช็อคมาก กับคำตอบ ตลอดมา พี่ปลาไม่เคยถาม ไม่เคยเปิดใจรับใคร เพราะคิดตลอดมาว่ามีแฟนที่ชื่อสิบ ไม่เคยถามเพราะคิดว่า

"คำพูดไม่ได้สำคัญไปกว่า การกระทำ"

หลังจากวันนั้น พี่สิบหลบหน้า หายตา จากพี่ปลา ไม่รับสาย พี่ปลาไปหาจนถึงด้านล่างคอนโด พี่สิบก็ไม่ลงมาพบ จนเพื่อนๆ ทนไม่ได้ โทรไปนัดมาทานข้าว เพื่อที่จะให้ทั้งสองคุยกัน ตอนแรกพี่สิบรับนัด พอวันที่จะเจอกัน พอพี่สิบได้ยินเสียงว่าพี่ปลาก็มาด้วย พี่สิบเลิกนัดทันที ทำเหมือนคนไม่รู้จักกัน...พอเพื่อนๆ ถามถึงเรื่องนี้ พี่สิบบอกเสมอว่า พวกเราเข้าใจผิดกันไปเอง...

หลังจากเรื่องนี้ ฉันคิดเสมอว่า หากเราจะคบใคร แม้เป็นหญิงคงต้องถามกันไปเลย ดีกว่าเกิดเรื่องแบบนี้...นี่คือเหตุของ "ความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน"

"เวลา"ที่สูญเสียไปกับความเข้าใจผิด...

"โอกาส"ที่เปิดรับคนดีๆ ที่เดินเข้ามา ให้เดินจากไป...

2007/Jan/30

เหตุผล มันดูมีหลักเกณฑ์นะ แต่รู้ไหม บางครั้งมันก็คือคำแก้ตัวที่ดูดี มันห่างกันนิดเดียว ตรงความสมเหตุสมผล

คุณเคยไหม ที่เวลาทะเลาะกัน พูดอย่างไรเขาก็ไม่ฟัง เขาว่านั่นคือคำแก้ตัว

แต่พอเขาผิดบ้าง เขามักจะพูดกับเราว่า "คุณฟังเหตุผลก่อนสิ" และมักจะบอกว่า "ผู้หญิงชอบไม่มีเหตุผล หรือใจไม่กว้างเลย"

จำไว้นะคะ หากคุณจะพ้นคำว่าแก้ตัวคำกล่าวทุกอย่างต้องสมเหตุสมผล แต่เชื่อเถอะเวลาทะเลาะกัน ไม่ว่าจะสมเหตุสมผลอย่างไร เขาก็จะว่าเป็นคำแก้ตัวอยู่ดี บางครั้งในความรัก เราต้องละเลยหลายเรื่อง อย่างที่เขาว่า ปิดหูปิดตาเสียบ้างคงจะดี

2007/Jan/30

" โอกาส" มันก็แค่คำที่เราได้ยินกันบ่อยๆ แต่หาไม่เจอสักที

เราคงสงสัยว่า คนบางคนเรียนก็เก่ง ทำงานก็เก่ง ทำไม๊ๆ มันไม่ยักกะรุ่งซะที สมัยฉันเป็นนักเรียน หัวหน้าห้องฉัน นั่งหลับทุกวัน การบ้านก็ไม่ส่ง แต่ดันได้รับเลือกเป็น เยาวชนดีเด่นของประเทศ เหตุเพราะพี่แก มี "โอกาส" วิ่งรับใช้สังคม รุ่นพี่ รุ่นน้อง ครูอาจารย์ คนไหน มีเหตุด่วน เหตุร้ายที่ไหน เรียกหาได้ทุกเมื่อ เพื่อนคนนี้ไม่ส่งการบ้าน เพราะมัวแต่หา"โอกาส" ทำแบบฝึกหัด การบ้านช่างมัน

ที่ทำงานฉัน พี่คนหนึ่งทำงานเก่งมาก แต่ทำเท่าไหร่ ก็ทำให้บริษัทรวย แต่ตัวเองไม่ยักรวย อยู่ได้ไม่นาน ลูกเจ้าของบริษัทเข้ามา เป็นหัวหน้า ทำงานก็ไม่ค่อยจะเป็น แต่มี "โอกาส"เป็นหัวหน้า ก็เพราะนายนั่น มี"โอกาส"เกิดเป็นลูกเจ้าของบริษัท อย่างนี้แล้ว "โอกาส"สำคัญไหมล่ะ

ฉะนั้น ...หากใครที่เจอตัว "โอกาส" แล้ว อย่าปล่อยมันให้เลยไปนะ เพราะมันมาให้เราเจอยาก คนรวยอาจมีโอกาสมากว่าเรา แต่บางครั้งลูกคนรวยกลับทิ้ง"โอกาส"ดีๆ ไป พ่อแม่มีให้เรียน ไม่ยักกะตั้งใจเรียน ส่วนเราๆ ต้องหาเงินเพื่อเรียนแทบตาย พวกนี้อาจลืมไปว่า "โอกาส" มันจะอยู่กับเขาตลอดไป

ต้องขอบอกว่า ไม่จริงเลย ไอ้ตัวนี้ มันมาได้และไปได้ตามใจ

คนรวยใช่ว่ารวยเสมอไป หลายคนรวยที่ประสบปัญหาทางธุรกิจก็มี...

อย่าชะล้าใจไปนะคุณ รวยได้ก็จนได้

ฉะนั้น หาก "โอกาส" มาหาคุณแล้ว ก็จับไว้ให้ดีๆ